ข้ามไปยังหน้าหลัก
คู่มือท่องเที่ยว

สิงคโปร์ - คู่มือการเดินทาง

ค้นหาโรงแรม

ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1959 หรือเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว เกาะขนาดเล็กบริเวณแหลมมลายูทางทิศใต้ของมาเลเซียประกาศตัวเป็นอิสระจากการเป็นประเทศในอาณานิคมของสหราชอาณาจักร และยังหมายถึงการไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของมลายูหรือมาเลเซีย มีการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลเพื่อปกครองตนเองและได้เริ่มก้าวแรกแห่งการพัฒนาพื้นที่ขนาดเล็กจำนวน 697 ตารางกิโลเมตร โดยมีอังกฤษเป็นต้นแบบ กระทั่งในปี ค.ศ. 1965 เมืองสิงคโปร์จึงประกาศตนเป็นประเทศเอกราช มีอำนาจอธิปไตยของตนเอง และปกครองในรูปของสาธารณรัฐภายใต้ชื่อ “สาธารณรัฐสิงคโปร์” หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรที่จะฉุดรั้งความเจริญก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดจนกลายเป็นประเทศยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของอาเซียนในทุกวันนี้

a)   สถานที่ท่องเที่ยวและแลนด์มาร์คสำคัญ

การท่องเที่ยวในดินแดนที่ได้ชื่อว่าประเทศพัฒนาแล้วหมายถึงความสุดยอดในทุกมิติ สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจการค้าและการเงินของภูมิภาค ทัศนียภาพที่คุ้นตาเป็นอย่างดีของมหานครแห่งนี้คือกลุ่มอาคารทันสมัยและตึกระฟ้าซึ่งเป็นที่ทำการของบริษัท ธนาคาร สถาบันการเงินระดับโลก สิงคโปร์มีความสามารถในการเนรมิตพื้นที่เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจอยู่เสมอ แทบทุกปีจะมีแลนด์มาร์คสำคัญเกิดขึ้นใหม่เพื่อดึงดูดนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือน อาทิ ชิงช้า Singapore Flyer เมกกะแห่งความบันเทิง Marina Bay Sands คาสิโนและรีสอร์ท Resort World Sentosa สวนสนุก Universal Studios Singapore หรือสวนพฤกษศาสตร์ Gardens by the Bay

สิงคโปร์ไม่เคยทำให้นักท่องเที่ยวผู้รักการช้อปปิ้งแบรนด์สินค้าระดับโลกผิดหวัง นอกจาก Orchard Road ถนนสายช้อปปิ้งที่เรียงรายไปด้วยโรงแรมห้าดาว โรงภาพยนตร์ทันสมัย ช้อปปิ้งมอลล์ขนาดใหญ่ แฟชั่นแบรนด์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ที่อัพเดทกว่าใครในภูมิภาค นักท่องเที่ยวยังสามารถเพลิดเพลินไปกับการจับจ่ายสินค้าในทำเลอื่นๆ เช่น Mustafa Center, Vivo City, IKEA, Marina Square, City Link Mall ที่แต่ละแห่งเชื่อมถึงกันอย่างรวดเร็วด้วยรถไฟใต้ดิน MRT

สิงคโปร์รักษาสมดุลในการพัฒนาประเทศให้มีความทันสมัยพอๆ กับการอนุรักษ์วัฒนธรรมเก่าแก่ให้ยั่งยืน โดยเฉพาะเอกลักษณ์ที่สำคัญคือความหลากหลายทางเชื้อชาติ พลเมืองกว่าครึ่งมีเชื้อสายจีน รองลงมาคือมาเลย์ อินเดีย และอื่นๆ ทั้งสามเชื้อชาติเป็นรากฐานของการสร้างความหลากหลายทางวัฒนธรรมและยังเป็นจุดขายในการท่องเที่ยวสิงคโปร์ ย่านเก่าแก่อย่าง Chinatown หรือ Little India มีอาหารจีนและอาหารอินเดียแบบต้นตำหรับให้ลิ้มลองด้วยราคาย่อมเยา คุณยังสามารถทำความรู้จักกับสถาปัตยกรรมรูปแบบต่างๆ จากวัด มัสยิด และอาคารบ้านเรือนในย่านชุมชนเหล่านี้ได้ด้วย

เมื่อมีวัฒนธรรมเก่าย่อมมีวัฒนธรรมใหม่ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สิงคโปร์วางตำแหน่งเป็นเมืองแห่งการศึกษาและการเรียนรู้ ทำให้เกิดสถานที่ท่องเที่ยวในรูปแบบพิพิธภัณฑ์และศูนย์แสดงงานศิลปะขึ้นมากมาย รวมไปถึงการจัดเทศกาลและกิจกรรมต่างๆ ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จในการดึงนิทรรศการและโชว์ระดับโลกมาจัดแสดงเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว นอกจาก Esplanade โรงละครทรงหนามทุเรียนที่เปรียบเสมือนอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ ยังมีพิพิธภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ใช้สื่อมัลติมีเดียและเทคโนโลยีในการเล่าเรื่องได้อย่างไม่น่าเบื่อ อาทิ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์ (National Museum of Singapore) พิพิธภัณฑ์ Maritime Experimental Museum & Aquarium จัดแสดงประวัติศาสตร์การเดินเรือของชาวจีนโพ้นทะเล หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะและวิทยาศาสตร์ ArtScience Museum เป็นต้น

การวางผังเมืองอย่างเป็นระบบทำให้สิงคโปร์รักษาพื้นที่สีเขียวไว้ได้ไม่น้อย หากนักท่องเที่ยวต้องการสูดอากาศบริสุทธิ์หรือชมความงามจากธรรมชาติ การเดินทางจากตัวเมืองเพื่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติบนพื้นที่รอบเกาะหรือเกาะใกล้เคียงใช้เวลาเพียง 1-2 ชั่วโมง คุณอาจไม่ทราบว่าสิงคโปร์มีเกาะ Pulau Ubin ซึ่งเปรียบเสมือนเพชรเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่อย่างสงบ ที่นี่เป็นป่าชายเลนและพื้นที่อนุรักษ์ นอกจากนี้ยังมีเกาะ Sentosa ที่ถูกเนรมิตพื้นที่ขึ้นเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจโดยเฉพาะ รวมถึงสวนสัตว์สิงคโปร์ (Singapore Zoological Gardens) ไนท์ซาฟารี สวนนกจูร่ง สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens) และอีกมากมาย

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้มาเยือนประเภทใด ทั้งนักธุรกิจ ครอบครัว คู่รัก หรือนักเดินทางชั้นประหยัด สิงคโปร์เป็นอีกจุดหมายปลายทางที่สามารถตอบโจทย์ได้ทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยความสะดวกสบายด้านสาธารณูปโภค การเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนที่มีตัวเลือกมากมาย ความสะอาด ความปลอดภัย การใช้ภาษาอังกฤษอย่างแพร่หลายทั้งฟังพูดอ่านเขียน และความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว นักเดินทางอาจไม่พบกับจุดสะดุดเล็กๆ น้อยๆ ตลอดช่วงเวลาที่ใช้ในสิงคโปร์เลย

b)   ช้อปปิ้ง

สิงคโปร์มักเป็นประเทศแรกๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่แบรนด์ระดับโลกเลือกชิมลางเปิดตลาดอาเซียน ด้วยกำลังซื้อที่มีมหาศาลทั้งจากคนสิงคโปร์เองและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก คุณจึงสามารถคาดหวังที่จะได้พบกับคอลเล็กชั่นล่าสุดของดีไซเนอร์แบรนด์ระดับโลก หรือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวพร้อมกับประเทศยักษ์ใหญ่ฝั่งตะวันตกก็มีให้จับจ่ายกันที่นี่

  • สินค้าแฟชั่นแบรนด์เนม

Orchard Road - แม้จะมีย่านช้อปปิ้งใหม่ๆ เกิดขึ้นไม่น้อย แต่ถนนออร์ชาร์ดยังคงความคึกคักตลอดปีและยังสามารถรักษาอันดับต้นๆ ของแหล่งท่องเที่ยวในสิงคโปร์ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องการมาเยือนมากที่สุด

นักช้อปสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมอาจตั้งต้นจากสถานี MRT Orchard ขึ้นมายังห้างสรรพสินค้าสัญชาติญี่ปุ่นเจ้าดัง Takashimaya ที่มีสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นและสินค้าสไตล์ญี่ปุ่นที่แทบไม่ต่างจากห้างในโตเกียว เช่นเดียวกับห้าง Ngee An City ที่เน้นแบรนด์หรูระดับบน สำหรับหนุ่มสาวอาจถูกใจกับห้าง ION และ 313 Somerset ด้วยสไตล์การตกแต่งภายในสุดเก๋และแบรนด์สินค้าใหม่ๆ ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีช้อปปิ้งมอลล์ที่รวมช้อปดังๆ ตลอดสองฟากถนน อาทิ Paragon, Wisma Atria, Tangs, The Heeren และอีกมากมาย เรียกได้ว่าหนุ่มสาวนักช้อปอาจต้องใช้เวลาถึงหนึ่งวันเต็มๆ จึงจะเดินสำรวจครบทุกห้าง

City Hall - หากมีเวลาในการช้อปปิ้งมากกว่าหนึ่งวัน ย่าน City Hall ที่สถานี MRT City Hall เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง เพราะเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าหลายแห่งในทำเลที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะคือบริเวณปากแม่น้ำสิงคโปร์ ทั้งช้อปปิ้งมอลล์ โรงแรมห้าดาว และอาคารใกล้เคียงมีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมห้างต่างๆ ที่เชื่อมโยงถึงกันทางใต้ดิน ได้แก่ Raffles City Shopping Center, Marina Square, City Link Mall, Suntec City หรือ Esplanade

  • เครื่องใช้ไฟฟ้า

หากคุณมั่นใจในศักยภาพการเจรจาต่อรองราคาและความรู้รอบด้านเรื่องเทคโนโลยีของตัวเอง Simlim Square เป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าไอทีชื่อดังของสิงคโปร์ ตั้งอยู่ใกล้สถานี MRT Bugis หรือ Little India มีสินค้าหลากหลายทั้งคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ กล้องดิจิทัล อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แผ่นดีวีดีภาพยนตร์และเพลง เครื่องเล่นเกม อย่างไรก็ดี มีเรื่องที่ต้องระวังในการซื้อสินค้าที่ Simlim Square รวมไปถึง Lucky Plaza ในย่าน Orchard Road ซึ่งเป็นแหล่งรวมอุปกรณ์สินค้าไอทีราคาถูก เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่นักท่องเที่ยวจะถูกหลอกขายสินค้าไร้คุณภาพในราคาเกินจริง หากคุณไม่เขี้ยวพอ ขอแนะนำศูนย์รวมสินค้าไอทีและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อีกแห่งหนึ่งที่มอบความสบายใจได้มากกว่าคือห้าง Funan ที่สถานี MRT City Hall นอกจากจะมีช้อปแบรนด์ไอทีและแกดเจ็ดต่างๆ ที่นี่ยังมีร้านขายอุปกรณ์เครื่องครัว สินค้าตกแต่งบ้าน และสินค้ากีฬาอีกด้วย

  • ตลาดนัด ตลาดของมือสอง

Bugis - นักเดินทางที่ไม่พิสมัยสินค้าแบรนด์เนมและสนุกกับการจับจ่ายสินค้าราคาถูก สิงคโปร์ก็มีย่าน Bugis ที่สถานี MRT Bugis ซึ่งเต็มไปด้วยห้างร้านขนาดกลางและเล็กให้คุณเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง ตลาดติดแอร์อย่าง Bugis Junction มีเสื้อผ้าวัยรุ่นทั่วไป เครื่องประดับ ข้าวของแฮนด์เมด ของที่ระลึกต่างๆ ใกล้กันมี Bugis Street ให้อารมณ์เหมือนตลาดประตูน้ำ ขายสินค้าหลากหลายและสามารถต่อรองราคาได้

สำหรับแฟชั่นและข้าวของสไตล์วินเทจ ขอแนะนำ 2nd Hand Fashion & Jumble Bazaar ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า Tanglin Mall เป็นตลาดที่เปิดทุกเสาร์ที่หนึ่งและสามของเดือน ส่วนนักสะสมของเก่าไม่ควรพลาดตลาดวันอาทิตย์ China Square Central มีของสะสม ของเล่น เครื่องใช้ไฟฟ้าตกรุ่น หนังสือหายากให้ได้ขุดหากัน เช่นเดียวกับ Thieves’ Market บนถนน Sungei Road เป็นตลาดมืดซึ่งเชื่อกันว่าขายของที่ถูกขโมยมา มีทั้งเสื้อผ้า รองเท้า ของแต่งบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าใหม่

c)   ร้านอาหาร

รากฐานวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายทำให้อาหารของสิงคโปร์มีความครบเครื่องทุกรสชาติและมีให้เลือกทั้งอาหารจีน อาหารมาเลย์ อาหารอินเดีย และอาหารเปอรานากัน แต่ละประเภทมีจานเด็ดที่ต้องลิ้มลอง อาหารจีนต้องไม่พลาดติ่มซำ ข้าวมันไก่ หมี่ฮกเกี้ยน สิงคโปร์มีเมนูอาหารจีนที่สร้างสรรค์ขึ้นเองด้วยคือ ปูผัดพริก Chilli Crab บะกุ๊ตเต๋ และซุปหัวปลา Rojak อาหารมาเลย์ได้แก่ สะเต๊ะ Nasi Lemak ซึ่งเป็นข้าวน้ำพริกปลาทอด ใส่ไข่ต้ม ปลาตัวเล็กทอด และถั่ว Laska คือก๋วยเตี๋ยวน้ำกะทิใส่กุ้ง ลูกชิ้นปลา และไข่ อาหารอินเดียได้แก่ โรตี มะตะบะ ข้าวหมกไก่หรือข้าวหมกแพะ ไก่ย่าง Tandoori เสิร์ฟพร้อมกับชาชักผสมนม สุดท้ายคืออาหารเปอรานากัน เป็นอาหารที่รวมตำรับรสชาติอาหารจีน มาเลย์ และอินโดเข้าด้วยกัน เมนูเด็ดได้แก่ Ayam Buah Keluak เป็นไก่ผัดถั่วชนิดหนึ่งใส่เครื่องเทศ

สิงคโปร์เป็นเมืองใหญ่ที่มีชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากอาหารท้องถิ่นที่กล่าวมา คุณยังมีโอกาสลิ้มลองอาหารจากเชฟระดับมิชลินประจำภัตตาคารนานาชาติ เรื่อยไปจนถึงศูนย์อาหารติดแอร์หรือ Food Court ที่พบได้ทั่วไปในเมืองสิงคโปร์ บรรยากาศเหมือนโรงอาหารโต้รุ่ง 24 ชั่วโมง ขายอาหารทุกประเภทในราคาประหยัดเริ่มต้นที่ 3 ดอลลาร์สิงคโปร์

สำหรับคนไทยที่ชอบสืบเสาะหาร้านอาหารรสเด็ดในราคาประทับใจ มีจานเด็ดร้านดังมาแนะนำ ดังนี้

  • อาหารอินเดีย-มุสลิม

ย่าน Little India มีร้านอาหารอินเดียต้นตำรับอยู่ไม่น้อย จุดขายคือการเสิร์ฟอาหารโดยใช้ใบตองแทนจานและรับประทานเป็นคำๆ ด้วยมือ สำหรับชาวต่างชาติ ร้าน Banana Leaf Apolo (MRT Little India ถนน Race Course) ขึ้นชื่อว่าอาหารรสชาติดีและราคาไม่แพง เมนูขึ้นชื่อได้แก่แกงกะหรี่หัวปลาเสิร์ฟพร้อมข้าวหมกและเครื่องเคียง ร้านอาหารมุสลิม Singapore Zam Zam ในย่าน Sultan Mosque ถนน North Bridge สถานี Bugis เป็นร้านเก่าแก่กว่า 100 ปีที่ได้รับความนิยมจากคนท้องถิ่นและเป็นที่พูดถึงกันในหมู่นักท่องเที่ยวไทย เมนูที่ต้องลองคือโรตีมะตะบะแกะ และข้าวหมกไก่

  • อาหารมาเลย์

ย่าน Lau Pa Sat ถนน Boon Tat (MRT Raffles Place) เป็นตลาดกลางคืนที่ขายอาหารท้องถิ่นจำพวกอาหารจานเดียว แต่ที่ขึ้นชื่อและมีให้เลือกเต็มไปหมดคือสะเต๊ะ มีทั้งสะเต๊ะหมู ไก่ เนื้อ ไปจนถึงสะเต๊ะทะเล ร้านค้าเริ่มต้นตั้งแผงตั้งแต่เย็น นักชิมจะนั่งทานอาหารบนถนนทั้งเส้นได้บรรยากาศตลาดโต้รุ่ง สำหรับใครที่ชอบบรรยากาศของตลาดกลางคืน สิงคโปร์ก็มีย่าน Chinatown ที่ MRT Chinatown มีทั้งร้านแผงลอยและร้านอาหารเป็นสัดส่วน และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนที่เต็มไปด้วยบาร์และผับฮิปๆ ตกแต่งอย่างมีสไตล์

  • อาหารจีน

หากเน้นไปที่อาหารจานเดียว ข้าวมันไก่เป็นเมนูขึ้นชื่อด้วยไก่เนื้อหนานุ่มเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม 3 รส  มีเจ้าดังหลายเจ้า อาทิ Loy Kee Chicken Rice เจ้าดั้งเดิมที่ถนน Balestier, Boon Tong Kee มีหลายสาขา ที่สะดวกที่สุดคือ Whampoa West ติด MRT Boon Keng อีกจานหนึ่งคือบะกุ๊ตเต๋ซี่โครงหมูตุ๋นติดมันเล็กน้อย ที่ Ng Ah Sio Pork Ribs Soup Eating House บนถนน Rangoon MRT Farrer Park สำหรับนักท่องเที่ยวผู้พิสมัยอาหารทะเลต้องไม่พลาดร้าน Jumbo Seafood สาขา The Riverwalk ที่ MRT Clarke Quay เสิร์ฟจานเด็ดปูผัดพริก Chili Crab ก้ามใหญ่ภายใต้บรรยากาศริมแม่น้ำสิงคโปร์และแสงสียามค่ำคืนของ Clarke Quay

  • อาหารเปอรานากัน


ร้าน Nyongya & Baba ที่ห้าง Vivo City ย่าน Harbour Front Walk ติดอันดับร้านอาหารเปอรานากันที่ได้รับความนิยมทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น รสชาติอาหารมีความเผ็ดใกล้เคียงกับอาหารไทย เมนูแนะนำได้แก่ Ayam Redang พะแนงไก่ใส่เครื่องเทศ Udang Masak Lemak Nenas กุ้งผัดผงกะหรี่ใส่สัปปะรด และ Ayam Buah Keluak ไก่ผัดผักท้องถิ่น ทั้งหมดเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ

 

a)   เอ็นเตอร์เทนเม้นท์

 

สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนและความบันเทิงขนาดใหญ่และมีระดับเป็นอีกหนึ่งจุดขายของการท่องเที่ยวบนเกาะสิงคโปร์ เมกะบันเทิงส่วนใหญ่รวมรวบทุกอย่างไว้ในที่เดียวกันอย่างครบครัน

 

Marina Bay Sands (MRT Marina Bay) ตั้งอยู่ในทำเลที่สวยที่สุดของสิงคโปร์คืออ่าวมารีนา เบย์ ถือเป็นอัครสถานบันเทิงหนึ่งในสองแห่งที่ทางการสิงคโปร์วางแผนพัฒนาประเทศไว้ (อีกแห่งหนึ่งคือ Resort World Sentosa) ประกอบด้วยศูนย์การค้า The Shoppes at Marina Bay Sands คาสิโน พิพิธภัณฑ์ ArtScience โรงแรม โรงละคร ศูนย์การประชุม ร้านอาหาร สวนสนุก ลานไอซ์สเกต ชั้นบนสุดเป็น SkyPark สวนสาธารณะขนาด 340 ตารางเมตร และสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดมหึมา

 

Resort World Sentosa และ Universal Studios Singapore (MRT Imbiah station, MRT Beach station) ตั้งอยู่บนเกาะเซ็นโตซ่า สถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับครอบครัวชาวสิงคโปร์ เพราะมีสวนสาธารณะ ชายหาด และสวนสนุกหลายแห่ง อาทิ Universal Studios เป็นสวนสนุกแบบธีมพาร์คของบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ที่จำลองฉากในภาพยนตร์เรื่องดังมาเป็นเครื่องเล่นต่างๆ MegaZip Adventure Park ตั้งอยู่บนถนน Imbiah Hill บนยอดเขาที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ มีกีฬาผาดโผนให้ได้ประลองความกล้าหลายประเภท เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความตื่นเต้น ที่นี่ยังมีชายหาดเทียมที่เคยใช้จัดเทศกาลดนตรีแดนซ์ระดับโลกอย่าง ZoukOut และมีโชว์ระดับโลกจัดแสดงให้ชมฟรีในยามค่ำคืนอีกด้วย โดยในอนาคตมีการวางแผนก่อสร้างสวนน้ำขนาดยักษ์ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวแบบครอบครัวโดยเฉพาะ

 

สำหรับหนุ่มสาวที่รักการใช้ชีวิตกลางคืน ขอแนะนำบาร์ยอดฮิตที่แท็กซี่ทุกคันต้องรู้จักบนถนน Harbour Front นั่นคือ St.James Power Station ตกแต่งแบบโรงถ่านหินอิฐแดง แบ่งออกเป็นโซน 7 โซนตามสไตล์เพลง นอกจากนี้ยังมีเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์น้องใหม่อย่าง Avalon ที่มีจุดขายในการเป็นผับลอยน้ำดีไซน์โดดเด่นใน Crystal Pavilion ของอัครสถานบันเทิง Marina Bay Sands ให้ทัศนียภาพมุมสูงของมหานคร ที่นี่ยังเป็นที่จัดการแสดงคอนเสิร์ตระดับโลกด้วย แต่หากคุณเลือกที่จะใช้เวลาค่ำคืนแบบชิลล์ๆ ในราคาที่สบายกระเป๋ายิ่งขึ้น สิงคโปร์ยังมีทำเลบันเทิงอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์ เช่น ย่าน Boat Quay และ Clarke Quay มีทั้งร้านอาหารกึ่งผับบาร์ติดริมแม่น้ำให้บรรยากาศแสงสีนีออน ถนน Mohamed Sultan เปรียบได้กับซอยทองหล่อหรือซอยเอกมัยบ้านเรา

 

e)    ข้อมูลพื้นฐานอื่นๆ

เพื่อให้ประสบการณ์การท่องเที่ยวสิงคโปร์ของคุณน่าจดจำ สิงคโปร์มีข้อควรรู้บางประการเพื่อให้ผู้มาเยือนได้เตรียมตัว ดังนี้

วีซ่า
คนไทยไม่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศสิงคโปร์ โดยสามารถพำนักอยู่ในสิงคโปร์ได้ไม่เกิน 30 วัน

อัตราแลกเปลี่ยน
1 ดอลลาร์สิงคโปร์ = 25 บาท นอกจากเงินดอลลาร์สิงคโปร์แล้ว ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ต่างๆ ยินดีรับเงินดอลลาร์สหรัฐ ออสเตรเลีย บูรไน เงินเยนญี่ปุ่น และเงินปอนด์อังกฤษด้วย ส่วนการใช้บัตรเครดิต คุณอาจพบปัญหาบัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารในประเทศไทยไม่สามารถใช้รูดซื้อสินค้าในร้านค้าขนาดเล็กได้ จึงแนะนำให้ใช้บัตรเครดิตรายใหญ่หรือบัตรเครดิตของธนาคารสากลมากกว่า

ภูมิอากาศ
สิงคโปร์มีภูมิอากาศใกล้เคียงกับบ้านเราคือเป็นแบบร้อนชื้นแถบเส้นศูนย์สูตร มีอุณหภูมิเฉลี่ยต่อหนึ่งวันอยู่ระหว่าง 24-31 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-ตุลาคม และฤดูฝนอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม การเตรียมจัดเตรียมเครื่องแต่งกายจึงเน้นเสื้อผ้าลำลอง กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะหรือรองเท้าใส่สบาย

เวลา
สิงคโปร์เวลาเร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 1 ชั่วโมง

ภาษา
พลเมืองสิงคโปร์ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี นอกจากนี้ยังมีการใช้ภาษาจีนกลาง ภาษามาเลย์อย่างแพร่หลาย

ระบบไฟฟ้า
แรงดันไฟฟ้าของสิงคโปร์คือ 220-240 โวลต์กระแสสลับ 50 รอบต่อนาที เช่นเดียวกับประเทศไทย แตกต่างตรงที่ปลั๊กไฟทั้งหมดเป็นแบบ 3 ขา จึงควรเตรียมตัวแปลงปลั๊กไฟไปเองหรือสามารถขอยืมจากทางโรงแรมได้โดยอาจเสียค่ามัดจำเล็กน้อย

การเดินทางภายในประเทศ
หากเป็นการเดินทางในภายในเวลาปกติ (5.30-24.00 น.) รถไฟใต้ดินหรือ MRT เป็นตัวเลือกที่ดีและถูกที่สุด เพราะมีเส้นทางครอบคลุมทั่วทั้งเกาะ รวมถึงการเดินทางจากสนามบินชางฮีสู่ตัวเมือง มีอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 0.80 ดอลลาร์สิงคโปร์

รถโดยสารประจำทางให้บริการ 6.00-24.00 น. มีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 0.70 หรือ 0.80 ดอลลาร์สิงคโปร์สำหรับรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ โดยผู้โดยสารต้องเตรียมเงินให้พอดีเพราะไม่มีการทอนเงิน ขณะที่รถแท็กซี่มิเตอร์เก็บค่าโดยสารตามระยะทาง เริ่มต้นที่ 2.40 ดอลลาร์สิงคโปร์ หากเป็นการใช้บริการในช่วงเที่ยงคืนเป็นต้นไปจะต้องจ่ายเพิ่มอีก 50%

นอกจากนี้ยังมีบัตรโดยสารต่างๆ ที่ให้ความสะดวกสบายแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับโปรแกรมการท่องเที่ยวของแต่ละบุคคล ได้แก่ บัตร EZ link เป็นบัตรเติมเงินที่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 5 ดอลลาร์สิงคโปร์โดยไม่สามารถแลกคืนได้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักอาศัยอยู่เป็นเวลานานหรืออาจเก็บไว้ใช้ในโอกาสต่อไป บัตรนี้มีมูลค่าเริ่มต้นที่ 15 เหรียญ หากเดินทางภายในประเทศเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ขอแนะนำให้เติมเงินประมาณ 15 เหรียญก็เพียงพอ สามารถซื้อบัตรได้ที่เคาท์นเตอร์จำหน่ายที่สนามบินชางฮีหรือสถานี City Hall ส่วนบัตร The Singapore Tourist Pass เป็นบัตรสำหรับนักท่องเที่ยวโดยสามารถใช้บริการรถไฟใต้ดินและรถเมล์ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง มีให้เลือกตามจำนวนวันคือ แบบ 1 วันราคาใบละ 18 เหรียญ แบบ 2 วันราคา 26 เหรียญ และแบบ 3 วันราคา 34 เหรียญ ทั้งหมดยังไม่รวมค่ามัดจำบัตรอีก 10 เหรียญซึ่งจะได้รับคืนเมื่อนำบัตรไปคืนภายในเวลา 5 วันนับจากวันสุดท้ายที่ใช้งาน

นักท่องเที่ยวที่พกพาโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น SG buses ไว้เพิ่มความสะดวกในการเดินทาง มีบริการแจ้งเส้นทางรถประจำทาง แผนที่ระบุตำแหน่ง GPS

การให้ทิป
การให้ทิปไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติของโรงแรมและร้านอาหารส่วนใหญ่ในสิงคโปร์ เนื่องจากสถานที่เหล่านี้ได้เก็บค่าบริการไปแล้ว 10%

โรงแรมที่น่าสนใจ

ค้นหา

ค้นหาวันหยุดที่สมบูรณ์แบบของคุณในสิงคโปร์

จาก 520 โรงแรม